กว่า ๒๐ ปีที่คนเหล่านี้น้อมนำศาสตร์พระราชาไปปฏิบัติ
พวกเขาต่างคน ต่างทำ ต่างคน ต่างคิด ลองผิด ลองถูก
และเมื่อพวกเขามาเจอกัน เครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียงจึงเริ่มถักทอขึ้นด้วยความศรัทธาหนึ่งเดียว คือ ศรัทธาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และมุ่งมั่นที่จะเดินตามศาสตร์ของพระราชา แม้ใครจะว่าบ้าก็ยอม

๒๐ ปีผ่านไปแล้ว พวกเขาพร้อมประกาศชัยชนะให้คนไทยทุกคนได้รับรู้ และพร้อมเป็นต้นแบบ ฅ.ฅน ต้นแบบ คนเหล่านี้มาจากต่างที่ ต่างถิ่น ต่างฐานะ ต่างอาชีพ แต่พวกเขามีสิ่งที่เหมือนกัน คือ ต่างเคยประสบวิกฤตชีวิตและรอดผ่านมาได้ด้วยการเดินตามศาสตร์พระราชา หลายคนเริ่มต้นจากหนี้สินนับ ๑๐ ล้าน ไปจนถึง ๑๐๐ ล้านบาท หลายคนเคยคิดจะฆ่าตัวตาย หลายคนหมดหวังกับการปลูกพืชเชิงเดี่ยว การเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ทำนา ที่นับวันแต่จะสร้างหนี้สินและปัญหาสุขภาพ

ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศไทย คือ “วิกฤต” ที่แต่ละคนเผชิญมาด้วยตนเอง และวันนี้พวกเขาพร้อมบอกกล่าวด้วยเชื่อมั่นว่า “
หนึ่งตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าล้านคำสอน
  กันธร ทองธิว  
  ครูบาคำเดื่อง ภาษี  
  เจตน์ โศภิษฐ์พงศธร  
  ชัยพร พรหมพันธุ์  
  ทองเหมาะ แจ่มแจ้ง  
  ธงไชย คงคาลัย  
  นพวรรณ ทิพยวงศ์  
  ประวิต ภูมิระวิ  
  เพ็ชราทิพย์ คุ้มประยูร  
  มานพ จิ้มลิ้ม  
  วริสร รักษ์พันธ์  
  สมบูรณ์ ศรีสุบัติ  
  สมศักดิ์ เครือวัลย์  
  อภิรัต สืบสงวน  
กันธร ทองธิว : กับชุมชนเมืองโบราณ ๓ เจนเนอเรชั่น
 
   
 
คุณกันธร ทองธิว ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์เมืองโบราณ

ทายาทรุ่นที่ ๓ ของตระกูลวิริยะพันธุ์ ผู้บริหาร “เมืองโบราณ” สานต่อความฝันของการสร้างแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมให้กับคนรุ่นหลัง ผู้พลิกจากขาดทุนกว่าปีละ ๕๐ ล้านบาท มาตลอดระยะเวลากว่า ๔๖ ปี มาเป็นอยู่รอดอย่างยั่งยืนได้ด้วยการนำศาสตร์พระราชา มาประยุกต์ให้ชุมชนเมืองโบราณกว่า ๔๐๐ ชีวิต อยู่ร่วมกันได้ด้วยการพึ่งพาตนเอง

กันธร มีพื้นฐานมาจากการอบรมของคุณตา(คุณเล็ก วิริยะพันธุ์) คุณแม่(คุณสุวพร ทองธิว) และอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม (ที่ปรึกษาด้านมนุษยวิทยาเมืองโบราณ) รวมทั้งสนใจในวิถีปฏิบัติของสงฆ์ ครูอาจารย์ที่ล้วนแล้วแต่สอดคล้องกับปรัชญาพอเพียง

ต่อมาได้เข้าเรียนในระบบแบบตะวันตก ซึ่งเน้นเงินและสร้างคนให้เป็นทรัพยากรการผลิต(Human Capital) ตั้งแต่มหาวิทยาลัยจนถึงการศึกษาในต่างประเทศ ทำให้เกิดความสับสนในความเป็นตัวของตัวเอง กับกระแสโลกาภิวัฒน์ รู้สึกเหมือนว่า ”ผู้คนส่วนใหญ่เมามาย แต่เรากลับมีสติแจ่มใส” ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ทรมานจิตใจยิ่งนัก ทั้งนี้เพราะสิ่งแวดล้อมมีผลกับพฤติกรรมของมนุษย์ จึงได้ย้ายมาพักที่บางปูซึ่งถือเป็นการว่ายทวนกระแสว่าด้วย
ลัทธิทุนนิยมเสรี และมาพบฝั่งที่ชื่อว่า “โรงเรียนแห่งทางสายกลาง” ที่ถือลัทธิทานนิยมข้ามชาติ เป็นหลักคิดและสอนหลักสูตร “พอเพียงเพื่อแผ่นดินเกิด” เป็นความพอเพียงในบริบทของคนท้องถิ่นที่มีความพอดีเป็นหลักหรือวิถีในการดำเนินชีวิต เพราะมีความเชื่อว่าความพอเพียงเป็นเรื่องของวัฒนธรรม ของคนท้องถิ่นสยามที่มีมาช้านาน

จากการถูกดึงไป-ดึงกลับอยู่ ๒๐ ปีเลยไม่สงสัยว่า คนเราเกิดมาทำไม? เพราะไม่ใช่เพื่อ “ตาม” หรือ “ทวน” แต่ควรจะกล่าวให้ชัดเจนไปเลยว่า...”ช่างแม่ง”
 
๒๕๕๒ สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง Institute of Sufficiency Economy หน้าหลัก | สถาบัน | ภารกิจสถาบัน | หลักสูตรอบรม | งานวิชาการ | กิจกรรม | ฅ.ฅน ต้นแบบ | เครือข่าย
visitors :